เธอคงจะไม่รู้ล่ะสิถึงความห่างเหินของเรา
เพราะเธอไม่เคยสนใจอะไรเลย
เธอไม่เคยที่จะสนคนๆ นี้ที่รอเธออยู่ตรงนี้
เพราะเธอคิดว่าฉันต้องรอเธออยู่ตลอดเวลา
ใช่...ถูกต้อง ฉันรอเธออยู่ตลอดเวลา
ฉันรอเธอมาตลอด
รอที่จะได้พบกับเธอ คนที่ฉันเรียกว่า ค น พิ เ ศ ษ ข อ ง ฉั น
ในที่สุดเราก็ได้พบกันและเรา...รั ก กั น
ฉันเรียกเธอว่า ค น พิ เ ศ ษ ข อ ง ฉั น
ฉันรู้ว่าฉันน่ะรักเธอ
แล้วก็รู้ว่าเธอก็รักฉัน

ความห่างของเราเริ่มต้นมาตั้งนานแล้ว ฉันก็รู้
บ้านเราอยู่ห่างกัน
ที่เรียนห่างกัน
ตัวห่างกัน
มีแต่เพียงเสียงพูดคุยจากโทรศัพท์เท่านั้น
เสียงที่บอกว่ารัก
เสียงที่บอกว่าคิดถึง
แต่ทำไมนะ???
เพียงเสียงแค่นี้มันก้อทำให้ฉันรักเธอได้
เธอทำให้ฉันรู้สึกรักเธอ รักมากๆ
เธอทำให้ฉันคิดถึงเธอ คิดถึงมากๆ
ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆๆ


เราโทรหากันตลอด
คุยกันตลอด จนมันเป็นกิจวัตรประจำแล้ว

แต่พักนี้ฉันรู้สึกว่าเราไม่เหมือนเดิม
เธอบอกว่าเธอเรียนเยอะ
เธอบอกว่ามีงานที่จะต้องทำเยอะ
เธอบอกว่าเธอไม่มีเวลา
เธอบอกว่าเธอเหนื่อย
เธอบอกว่าไม่อยากกวนฉัน
ทำไมล่ะ แล้วเมื่อก่อนที่เราคบกัน...
เธอเรียนไม่หนักเหรอ
เธองานไม่เยอะเหรอ
เวลาเธอมีเยอะเหรอ

ฉันรู้!!!!!!!!! ฉันอาจจะคิดมากไปเอง
แต่ที่เรา ห่ า ง กัน
ที่เราไม่ค่อยได้คุยกัน
ที่เราไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกัน
เพราะเธอไม่ว่าง
มันทำให้ฉันได้มีเวลาที่จะคิดมากมาย
คิดงอนเธอ
คิดโกรธเธอ
คิดโมโหเธอ
คิดน้อยใจเธอ
คิดว่าทำไมเธอไม่มาอยู่ข้างๆ ฉัน เวลาที่ฉันทุกข์ใจ เสียใจ
ฉันอยากให้เธอรู้ว่าฉันทุกข์ใจ โดยที่ฉันไม่ได้เป็นฝ่ายบอกเธอ
ฉันอยากให้เธอปลอบใจฉันบ้าง ขอแค่เพียงคำพูดดีๆ แค่นั้นเอง
แต่เธอไม่เคยเลย ไม่เคยเลยจริงๆ
ฉันคิดต่างๆ นาๆ แต่เธอไม่รู้เลย

ฉันเคยที่จะหายไป
ฉันเคยที่จะห่างไป
หนทางที่เราจะติดต่อกันได้ ฉันตัดขาดหมดทุกอย่าง
เธอรู้บ้างไหมว่าฉันหายไป
เธอไม่เคยรู้
หลายวันที่ฉันไม่ได้โทรไปหาเธอ
หลายวันที่ฉันน้อยใจ เธอไม่เคยรู้
เธอรู้มั่งไหม

ในที่สุดฉันก็ทำไม่ได้ที่จะตัดขาดกับเธอ
ฉันโทรไปหาเธอ ทำตัวเหมือนเดิม
แต่รู้ไหม ความรู้สึกที่ฉันน้อยใจเธอมันยังอยู่
เธอก็ยังคงไม่สนใจฉันอยู่ดี ด้วยเหตุผลอันเดิม
ฉันก็พยายามปลอบใจตัวเองนะ พยายามหาเหตุผล พยายามไม่เป็นคนไม่มีเหตุผล
เธอไม่ว่าง เธอมีงาน เธอไม่มีเวลา จำ ไ ว้ สิ

เธอบอกฉันว่า...
เธอยังรักฉัน
เธอยังคิดถึงฉัน
เธอไม่ว่างจริงๆ
เธอไม่มีเวลาจริงๆ
รอเธอหน่อยนะ
ได้จ๊ะ...ฉันจะรอเธอ

แต่ขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม
อย่าให้เราห่างกันอย่างนี้
อย่าให้หายไปอย่างนี้
อย่าให้ฉันต้องมานั่งคิดมากอย่างนี้
ฉันกลัว...ก ลั ว ค ว า ม ห่ า งม า ก ถึ งม า ก ที่ สุ ด
เธอรู้ไหม ความห่างมันทำให้ฉันเริ่มรู้สึกชินแล้วนะ
ความห่างมันเริ่มทำให้ฉันเริ่มรู้สึกเฉยๆ กับเธอแล้วนะ
ฉันไม่อยากรู้สึกอย่างนั้นเลย


อ ย่ า ห่ า ง กั น ไ ป ม า ก ก ว่ า นี้ เ ล ย
เ พ ร า ะ ค ว า ม ห่ า ง มั น น่ า ก ลั ว ม า ก สำ ห รั บ ฉั น

ใช่ว่ามันจะทำให้ฉันไม่รอเธอ
ใช่ว่ามันจะทำให้ฉันเลิกรักเธอ

แต่มันทำให้ฉันรู้สึกว่า....เธอไม่ได้รักฉันแล้ว....



ฉันเตือนเธอแล้วนะ คนพิเศษของฉัน
โดนทำร้ายด้วย.... "ความทรงจำ" ดีดี
คุณจะไม่เจ็บปวดอะไร
ถ้าไม่ไปเปรียบเทียบว่า
...........................
เมื่อก่อน...
คุณเคยสุขมากกว่านี้

ถ้าเราทุกคนเลือกได้...เราก็อยากให้ชีวิตของตัวเอง มีแต่เรื่องราวดีดี เพื่อเก็บไว้ในความทรงจำ แต่ในทางกลับกัน หากนำคำถามนี้ไปถามกับคนผิดหวังในเรื่องความรักแล้วละก็ เขาคงเลือกที่จะไม่ต้องมีอะไรเหลือไว้ในความทรงจำมากกว่า ถึงแม้ว่ามันจะเคยสวยงามหรือดีสักแค่ไหนก็ตาม........
โกวเล้ง เคยพูดไว้ว่า "ความทรงจำ เป็นกับดักของชีวิต" แสดงว่า "อดีต" ของแต่ละคน อาจมีผลต่อการดำเนินชีวิตไปในวันข้างหน้า หลายคนพูดกันมากกว่า "อดีต" ที่เลวร้ายที่ผ่านมา เมื่อจับมันมามองในมุมใหม่ ก็สามารถกลายเป็นบทเรียนที่ดีบทหนึ่งได้ แต่สำหรับ "อดีต" ที่ดีดีละ ซึ่งมันควรจะดีใช่มั้ย ก็แล้วทำไม มันถึงกลับทำร้ายใครบางคนได้มากมายไม่แพ้กัน มิหนำซ้ำยิ่งใครที่เคยมีช่วงเวลาดีดี มากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น
.......แล้วเราจะเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันได้อย่างไร หากคนที่พูดถึงนั้น เป็นตัวเราเอง?
ฉันมองเรื่องนี้ว่า ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นบางทีก็มาจากการที่เราไม่เข้าใจ หรือลืมที่จะเข้าใจ "สิ่งที่เป็นอยู่จริง' เราลืมนึกไปว่า ความทรงจำที่ผ่านมานั้น ที่แท้มันคือ "รูปถ่าย" รูปหนึ่ง ณ ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ในแต่ละชั่วโมง แต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ จนถึงแต่ละเดือน แต่ละปีเราก็จะมี "รูปถ่าย" เหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ และถ้าเราสามารถเก็บ "รูปถ่าย" นั้นได้จริง แล้วหยิบมันออกมาพิจารณาดู เชื่อว่าเราจะเห็นอะไรดีดี ที่ให้ข้อคิดบางอย่างในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราจะมองเห็นความแตกต่าง เห็นความไม่คงเส้นคงวาของอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตัวเองในแต่ละช่วง เราจะมองเห็นใบหน้า ที่วันนี้อาจยิ้มแฉ่งแบบมีความสุขจนล้น ในขณะที่อีกไม่กี่วันต่อมา ใบหน้าเดียวกันนี้ อาจเปื้อนทุกข์จนดูไม่ได้เลย
ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันก็คือ "สิ่งที่เป็นอยู่จริง" ที่เราจะต้องมองให้ออกว่าเป็น "ธรรมดา" ของชีวิตมนุษย์ และที่เราต้องเสียใจ ทุกข์ใจ ก็เป็นเพียงเพราะ เราไม่สามารถทำให้ "รูปถ่าย" ที่ดีๆเหล่านั้นอยู่กับเราไปได้ตลอด...........เพราะสิ่งที่เราหวัง ล้วนเป็นความต้องการที่เป็นไปไม่ได้ในชีวิตจริง........
การจะมองความเป็นไปต่างๆ เหล่านี้ให้เห็นแจ่มชัดและลึกซึ้งได้นั้น เราอาจจำเป็นต้องฝึกตัวเอง โดยใช้หลักปฏิบัติทางพุทธศาสนาเข้ามาช่วย ซึ่งต้องอาศัย สติ เข้ามากำกับ เพราะสตินั้นจะช่วยให้เรามองเห็นความจริงตามที่เป็นจริง เห็นความรู้สึกนึกคิดของตัวเองที่เกิดขึ้นตามที่เป็นจริง คือเห็นโดยไม่ต้องตัดสิน ไม่พยายามผลักไส หรือเก็บกดมันไว้ หรือไม่ก็เพลินแล้วจมอยู่กับมันจนลืมตัว "อดีต" หรือความทรงจำที่มีเหล่านั้น ก็ไม่สามารถเข้ามาตอแยหรือมามีอิทธิพลกับชีวิตของเราได้เพราะเราจะรู้สึกตัวอยุ่เสมอว่า เมื่อไหร่บ้าง...ที่เราควรควบคุมมันไว้ และเมือ่ไหร่บ้าง...ที่เราควรจะปล่อยวางมันได้
...ถึงแม้ว่า "เวลา" จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งในชีวิต แต่จริงๆแล้ว เราก็ต้อง "เปลี่ยน" ทุกสิ่งด้วยตัวเองเหมือนกัน...
บางครั้ง....ความสุขหรือความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับจิตใจของเรา มันก็มาจากการชอบตัดสิน ชอบเปรียบเทียบของตัวเราเอง เชื่อหรือไม่ว่าคุณจะไม่รู้สึกทุกข์ใจ หรือไม่ทุกข์น้อยลง ถ้าคุณเลิกเสียดายกับอดีต ที่ถึงแม้ว่าจะเคยงดงามแค่ไหน แล้วคุณก็จะไม่เจ็บปวดอะไร ถ้าไม่ไปเปรียบเทียบว่า เมื่อก่อนคุณเคยสุขมากกว่านี้...และจะไม่มีความทรงจำไหน ทำร้ายคุณได้เลย ถ้าวันนี้ของคุณ มีจิตใจที่เข้มแข็งและนิ่งพอ

....Memory is a wonderful treasure chest for those who khow to pack it....
....ความทรงจำ คือหีบสมบัติที่วิเศษสำหรับคนที่รู้จักเก็บ...

....ไม่เป้นไรที่วันนี้ คุณจะยังรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ แต่ไม่แน่...พรุ่งนี้คุณอาจเข้มแข็งจนตัวเองก็แปลกใจ แค่เปลี่ยนตัวเอง แค่รับทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตอย่างเข้าใจ แล้วคุณก็จะกลายเป็นคนใหม่ที่ใช้ชีวิตเป็น ถึงแม้จะมีความทรงจำเก็บเอาไว้มากมาย แต่ก็ยังทำให้อมยิ้มด้เสมอเมื่อนึกถึงมัน.....